เค้าว่า ณ ปากประตูแห่งความตาย อ่านกันนะครับ

ณ ปากประตูแห่งความตาย


ณ ปากประตูแห่งความตาย
ความตายสำหรับคนที่ยังรักชีวิต คือ จุดจบที่น่ากลัว

ความตายสำหรับคนที่ยังห่วงใยญาติมิตร คือ การจากไปที่น่ากังวล
ความตายสำหรับคนที่ยังติดใจในกาม คือ การออกจากฝันดีที่น่าเสียดาย
ความตายสำหรับคนที่เบื่อโลก คือ จุดจบที่น่าปรารถนา
ความตายสำหรับคนที่น้อยใจคนรอบข้าง คือ การจากไปที่น่าสะใจ
ความตายสำหรับคนที่ผิดหวังในกาม คือ การออกจากฝันร้ายที่ขมขื่นเสียที
คนเราตายเหมือนกัน แต่รูปแบบการตายต่างกัน
ความเชื่อเกี่ยวกับความตายก็ต่างกัน

การมีชีวิตอยู่อีกนาน ทำให้ความตายกลายเป็นเรื่องไกลตัว
แต่ความตายที่กำลังรออยู่ตรงหน้า ทำให้การมีชีวิตอยู่ที่ผ่านมา
กลายเป็นเพียงความฝันเหลวไหล ที่กำลังจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น

ศาสนาต่างๆ พูดถึงความตายต่างกัน
แต่พูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าควรตายอย่างสงบสุข
แม้คนไม่เชื่อเรื่องชาติหน้า ก็ต้องการตายอย่างสงบสุขเช่นกัน
พุทธเราเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง คือบอกว่าอย่าตายเปล่า
อย่าเอาแค่ตายด้วยความเป็นสุข
ถึงแม้ตายขณะจิตเป็นสมาธิขั้นฌาน ก็นับว่าน้อยไป
ไม่คุ้มกับการมีโอกาสเป็นมนุษย์

พุทธเราขอให้ตายอย่างเข้าใจ เข้าใจว่าที่ตายไม่ใช่เรา
แม้ที่เกิดมาก็ไม่ใช่เรา ตัวเราเป็นแค่ความเข้าใจผิด
คิดว่ากายใจอันเกิดจากกรรม เป็นอัตตาตัวตนที่แท้จริง
ถ้าเข้าใจให้ถูก ต้องกล่าวว่ากายใจ
เป็นแค่ที่ตั้งของความเข้าใจผิด
เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันปรวนแปรไป ก็ยังอุตส่าห์อยากให้มันเหมือนเดิม
เห็นอยู่ชัดๆ ว่ามันก้าวสู่ความแตกดับ ก็ยังอุตส่าห์หวังให้มันคงอยู่
อาการที่จิตยึดเหนี่ยวกายใจอย่างเหนียวแน่น
สะท้อนถึงความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับกายใจมาตลอด
ภาวะใกล้ตายนับเป็นโอกาสสุดท้าย
ที่เราจะทำความเข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้อง
หากทำได้...
ช่วงสุดท้ายนับว่ามีค่ากว่าทุกช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น